บล็อกเกษตร
บล็อก เกษตร
หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: เกษตรกรรมด้วยเครื่องมือ ทุ่นแรง  (อ่าน 2298 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
ตลาดเกษตร.com
นายยกฯ
ลูกบ้าน
*****

คะแนนความดี: 1
กระทู้: 42


ดูรายละเอียด
« เมื่อ: เมษายน 20, 2010, 10:51:46 AM »

เครื่อง มือทุ่นแรงและเครื่องจักรกลเกษตร โดย นายสุรเวทย์ กฤษณะเศรณี และนางเปรมจิตต์ สระวาสี


พระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในนาข้าวทดลอง สวนจิตรลดา



         พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงทราบดีว่าการทำไร่ทำนานั้นมีความยากลำบากและ เป็นงานหนักที่ต้องใช้แรงงานมาก เกษตรกรจะต้องไถเตรียมดิน ปลูก ดูแลรักษาพืช เก็บเกี่ยวและนวดขนย้ายผลิตผล งานต่างๆ ที่ชาวไร่ชาวนาต้องทำจะต้องทำให้ดี ทันต่อระยะเวลาและฤดูกาลพระองค์ทอดพระเนตรการณ์ไกลถึงความจำเป็นที่เกษตรกร จะต้องใช้เครื่องจักรกลเกษตรที่เหมาะสมมาใช้งาน ดังนั้นจึงได้ทรงพระราชดำริกับหม่อมราชวงศ์เทพฤทธิ์ เทวกุล หัวหน้ากองเกษตรวิศวกรรม กรมการข้าว ในสมัยเมื่อ ๔๐ ปีก่อน ให้ทำงานวิจัยพัฒนาเครื่องจักรกลเกษตรต่างๆ ให้เหมาะสมต่อการผลิตและการใช้งานในประเทศไทย
        เครื่องจักรกลเกษตรประเภทต่างๆ ที่ได้มีการวิจัยพัฒนาในสมัยนั้น เช่น ท่อสูบน้ำเทพฤทธิ์ควายเหล็ก เครื่องนวดข้าว และเครื่องสีข้าวแบบแรงเหวี่ยง ได้รับพระราชทานพระราชวินิจฉัยอยู่ตลอดเวลา ซึ่งเป็นแนวทางการปรับปรุงเครื่องจักรกลเกษตรเหล่านั้นให้ใช้งานได้ดี  เป็นผลให้ปัจจุบันมีการผลิตโดยโรงงานเอกชนในประเทศผลิตเครื่องจักรกลเกษตรใน ราคาไม่แพงนัก และเกษตรกรได้ใช้งานเป็นกำลังสำคัญในการผลิตผลิตผลการเกษตรของประเทศไทย
        ในปี พ.ศ. ๒๕๐๔ จึงได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้กรมการข้าว (เดิม) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นำพันธุ์ข้าวต่างๆ มาทดลองปลูกในบริเวณสวนจิตรลดา และให้หม่อมราชวงศ์เทพฤทธิ์ เทวกุล นำควายเหล็กหรือรถไถแบบ ๔ ล้อ ใช้เครื่องยนต์ดีเซล ๘.๕ แรงม้า ไปใช้งานเตรียมดิน และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานคำแนะนำในการปรับปรุง "ควายเหล็ก" ให้ได้รูปแบบที่ดีเหมาะสมกับการใช้งาน และผลิตในประเทศ ไทยซึ่งในตอนนั้นพระองค์ท่านทรงขับรถไถนา ควายเหล็ก เพื่อเตรียมแปลงปลูกข้าว
         ด้วยสายพระเนตรที่กว้างไกล ทรงเล็งเห็นถึงความจำเป็นที่ชาวไร่ชาวนาจะต้องใช้เครื่องจักรกลเกษตร ตั้งแต่เมื่อ ๔๐ ปีก่อน ทำให้ปัจจุบันประเทศไทยมีความก้าวหน้าในการผลิตเครื่องจักรกลเกษตรใช้เองใน ประเทศ เช่น ควายเหล็ก หรือรถไถเดินตามประเภท ๒ ล้อ มีโรงงานเอกชนประมาณ ๓๐ แห่ง ผลิตปีละประมาณ ๗๐,๐๐๐เครื่อง เป็นกำลังสำคัญในการทำไร่ ทำนา และส่งออกจำหน่ายให้ประเทศใกล้เคียง และในยุโรป
         ปัจจุบันได้มีการดำเนินการต่อเนื่องจากภาครัฐและเอกชนในแนวทางที่พระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงพระราชดำริไว้ ทำให้มีการผลิตและการใช้งานเครื่องจักรกลเกษตรอย่างแพร่หลายในประเทศไทย



   

พระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในนาข้าวทดลอง สวนจิตรลดา    




การทำเกษตรกรรมด้วยเครื่องมือ ทุ่นแรงและเครื่องจักรกลเกษตร

         ในอดีตการใช้เครื่องมือทุ่นแรงและเครื่องจักรกลเกษตรมีน้อยมาก เนื่องจากเกษตรกรปลูกพืชสำหรับบริโภคภายในครัวเรือน แต่ในรอบยี่สิบปีที่ผ่านมา จากการเพาะปลูกเพื่อบริโภค เริ่มมีการเพาะปลูกเพื่อการค้า การใช้เครื่องมือทุ่นแรงและเครื่องจักรกลเกษตรจึงได้แพร่หลายและเพิ่มขึ้น ทุกๆ ปี โดยเฉพาะเครื่องจักรกลเกษตรจะใช้มากขึ้น เนื่องจากมีการส่งเสริมให้มีการปลูกพืชแซมหรือปลูกหลายฤดู การปรับปรุงพันธุ์ใหม่ซึ่งมีช่วงเวลาการเติบโตสั้นและต้องปลูกให้ได้ตาม กำหนดเวลาที่เหมาะสมจึงจะได้ผลดีเท่าที่ควรทำให้ต้องมีการใช้เครื่องจักรกล เกษตรเพื่อใช้เตรียมดินและเก็บเกี่ยวให้ทันเวลากับการปลูกพืชรอบต่อไป นอกจากนี้การขยายพื้นที่เพาะปลูกมากขึ้นทำให้ต้องใช้รถไถนาช่วยเตรียมดินให้ ทันเวลา อีกประการหนึ่ง การกระจายการปลูกพืชและพืชใหม่ๆ จำเป็นต้องใช้เครื่องจักรกลเกษตรเข้าช่วย เพราะเกษตรกรอาจจะไม่มีความเข้าใจและความชำนาญในการปลูกพืชใหม่ เช่น ถ้าเราใช้เครื่องปลูกพืชและเครื่องใส่ปุ๋ย ก็จะช่วยให้สามารถปลูกได้แนวตรงและประหยัดการใช้ปุ๋ยนอกจากนี้ยังช่วยให้ ง่ายต่อการกำจัดวัชพืช ในปัจจุบันเครื่องจักรกลที่นิยมใช้กันมากได้แก่เครื่องมือเตรียมดิน เช่น รถไถเดินตาม เป็นที่นิยมมากที่สุดเพราะราคาถูก ผลิตได้ภายในประเทศขนาดเล็กเหมาะแก่การเกษตรในประเทศไทยและง่ายต่อการใช้ใน ไร่นา ส่วนรถแทรกเตอร์ขนาดใหญ่จะต้องสั่งเข้ามา จากต่างประเทศโดยมากจะใช้กับพืชไร่ รถแทรกเตอร์เหล่านี้มักจะใช้กับผาลไถ และเครื่องใส่ปุ๋ย เครื่องที่นิยมอีกชนิดหนึ่งคือ เครื่องสูบน้ำ ซึ่งเกษตรกรมักจะมีไว้ใช้เองหรือใช้ร่วมกันเพราะการสูบน้ำเข้านาเป็นสิ่งจำ เป็น เครื่องพ่นยาฆ่าแมลงเป็นเครื่องที่มีการช้แพร่หลายที่สุดเพราะราคาถูก ส่วนใหญ่จะเป็นเครื่องพ่นยาฆ่าแมลงที่โยกด้วยมือ ซึ่งผลิตได้ภายในประเทศ เครื่องจักรกลเกษตรที่กำลังได้รับความนิยมมากขึ้น คือ เครื่องนวดพืช ในปัจจุบันนี้สามารถใช้กับพืชหลายชนิด เช่น ใช้กับข้าวถั่วเหลืองและถั่วเขียว เป็นต้น โดยเพียงแต่เปลี่ยนตะแกรงและความเร็วรอบของลูกนวดเท่านั้นเครื่องที่เริ่มจะ ได้รับความนิยม ได้แก่ เครื่องตัดอ้อยเครื่องเก็บข้าวโพด เครื่องเกี่ยวนวดข้าว เครื่องอบข้าวเปลือก เครื่องเหล่านี้จะช่วยลดการสูญเสียหลังการเก็บเกี่ยวและเพิ่มคุณภาพของ ผลิตผล
          ผลการสำรวจของสำนักงานสถิติแห่งชาติในปี พ.ศ. ๒๕๒๖ พบว่าขนาดไร่นามีความสัมพันธ์โดยตรงกับปริมาณการใช้เครื่องจักรกลเกษตร กล่าวคือ ขนาดไร่นาที่ใหญ่ขึ้นจะมีการใช้เครื่องจักรกลเกษตรมากขึ้น และเครื่องจักรกลเกษตรที่ใช้ในภาคกลางมักจะมีขนาดใหญ่กว่าภาคเหนือเพราะขนาดไร่นาใหญ่และมี การรับจ้างเช่น การรับจ้างไถนา นวดเมล็ดพืชและเก็บเกี่ยวข้าวโดยใช้เครื่องเกี่ยวนวดข้าว เป็นต้น ผู้รับจ้างจึงนิยมเครื่องขนาดใหญ่เพราะทำงานได้รวดเร็วซึ่งต่างกับภาคเหนือ ที่นิยมใช้เครื่องเล็กกว่าเพราะสภาพการเพาะปลูกและขนาดของกระทงนาเล็กส่วน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือเริ่มมีการรับจ้างนวดเมล็ดพืชและการเก็บเกี่ยวข้าว เพราะไร่นาและกระทงนามีขนาดใหญ่
          ภาคกลางเป็นภาคที่มีอัตราการใช้เครื่องจักรกลเกษตรมากที่สุด เพราะเป็นภาคที่มีการปลูกพืชปลายฤดู และพืชแซมมากที่สุด นอกจากนี้เกษตรกรส่วนใหญ่มีฐานะดีกว่าเมื่อเทียบกับเกษตรกรในภาคอื่นๆ รถไถเดินตามเป็นเครื่องจักรกลเกษตรที่มีอัตราส่วนใช้มากที่สุดในภาคกลางและ รองลงมาในภาคตะวันออกเฉียงเหนือเพราะภาคนี้ขนาดไร่นาจะใหญ่ สำหรับเครื่องสูบน้ำในภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีการใช้มากเป็นอันดับสองรองจาก ภาคกลาง เพราะภาคตะวันออกเฉียงเหนือเป็นภาคที่แห้งแล้งและกันดารมาก จำเป็นต้องมีการสูบน้ำเข้าไร่นามาก

   

ระหัดวิดน้ำเข้าไร่นา    

ประโยชน์ของเครื่องมือทุ่นแรง

         การใช้เครื่องมือทุ่นแรงการเกษตรนั้น บางท่านอาจจะมีข้อข้องใจว่า จะช่วยลดต้นทุนการผลิตได้อย่างไร ในเมื่อเกษตรกรต้องใช้เงินลงทุนซื้อเครื่องทุ่นแรง ซึ่งบางครั้งอาจจะสูงเกินกำลังความสามารถของเกษตรกรก็ได้  ดังนั้นจึงขอทำความเข้าใจในขั้นนี้ก่อนว่าเครื่องมือทุ่นแรงจะสามารถช่วยลด ต้นทุนการผลิตได้ต่อเมื่อเกษตรกรสามารถใช้งานเครื่องมือทุ่นแรงต่างๆ ที่ตนซื้อมาได้อย่างคุ้มค่า กล่าวคือ มีจำนวนชั่วโมงการใช้งานเพียงพอมิฉะนั้นอาจจะกลายเป็นการเพิ่มต้นทุนการผลิต ก็ได้ดังนั้นเงื่อนไขประกอบการพิจารณาข้อแรกก่อนการลงทุนซื้อเครื่อง ก็คือ เกษตรกรมีงานที่จะใช้กับเครื่องมือทุ่นแรงมากน้อยเพียงไร  สามารถจะใช้รับจ้างได้แค่ไหน แล้วนำมาพิจารณาดูความเหมาะสมว่าควรจัดซื้อไว้ใช้งานของตนหรือไม่หรือ เกษตรกรอาจจะใช้วิธีว่าจ้างจากเจ้าของเครื่องที่รับจ้างอยู่ในพื้นที่ของตน

การใช้เครื่องมือทุ่นแรงจะทำให้เกิด ประโยชน์ดังนี้
          ๑. เครื่องมือทุ่นแรงทำงานได้รวดเร็วทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการจ้าง แรงงานคนและสามารถทำงานได้ทันต่อช่วงเวลาการเพาะปลูกที่เหมาะสม
          ๒. เกษตรกรสามารถเพิ่มพื้นที่เพาะปลูกได้มากขึ้น เนื่องจากเครื่องมือทุ่นแรงสามารถช่วยแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับแรงงานคนและช่วง เวลาที่มีอยู่จำกัด  อันจะเป็นการช่วยเพิ่มรายได้ให้แก่เกษตรกร
          ๓. เครื่องมือทุ่นแรงช่วยให้เกษตรกรสามารถปฏิบัติงานตามขั้นตอนต่างๆ ของการเพาะปลูกได้อย่างประณีต เช่น กำจัดวัชพืชได้อย่างสะดวก ปลูก เก็บเกี่ยว และนวดหรือกะเทาะได้ทันฤดูกาล ทำให้ผลิตผลต่อไร่สูงขึ้น
         ๔. ลดการสูญเสียผลิตผลในช่วงการเก็บเกี่ยวและนวด ซึ่งการใช้แรงงานคนจะทำให้มีการร่วงหล่นของเมล็ดพืชมาก
         ๕. นอกจากที่กล่าวมาข้างต้น ประโยชน์ทางอ้อมที่สำคัญประการหนึ่งของเครื่องมือทุ่นแรงก็คือ การลดความเหนื่อยยากลำบากของเกษตรกรในการประกอบเกษตรกรรม
         จากตารางที่ ๑ จะเห็นว่าเครื่องจักรกลเกษตรได้มีการใช้งานเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
         การทำเกษตรกรรมเพาะปลูกพืช ประกอบด้วยกิจกรรมหรืองานที่จะต้องทำซึ่งแบ่งออกเป็นกิจกรรม ๕ ขั้นตอนด้วยกัน คือ ขั้นตอนการเตรียมดิน ขั้นตอนการปลูกพืช ขั้นตอนการดูแลและอารักขาพืช ขั้นตอนการเก็บเกี่ยวและนวดขั้นตอนสุดท้ายคือการลดความชื้นเมล็ดพืช

แหล่งที่มา : สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
บันทึกการเข้า


แหล่งสินค้าเกษตร , ตลาดกลางสินค้าเกษตร
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Copyright © K.S. Group Company - All Rights Reserved. , Powered by hostdrift